มาแน่คนละครึ่งเฟส 3 ชงวงเงิ น 5,000 บ าท

ส.อ.ท.เผยเชื่ อมั่นCV รอบใหม่ ซัดความเชื่ อมั่น ธ.ค. ลดครั้งแรกรอบ 8 เดือน

หนุนแก้ พ.ร.ก.ซอฟต์โลน 5 แสนล้านบ าท เสริมข้อเสนอกู้ได้ไม่จำกัดวงเ งิน

เพิ่มสิทธิคนละครึ่งเฟส 3 เป็น 5,000 บ าท-ลดหย่อนภาษีช้อปดีมีคืนปี’64 เป็น 5 หมื่นบ าท

นายสุพันธ์ุ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกร รมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิ ดเผยว่า

ดัชนีความเชื่ อมั่นภาคอุตสาหกร รมเดือนธ.ค.2563 อยู่ที่ 85.8 ลดลงจากเดือนก่อนอยู่ที่ 87.4

เป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 8 เดือน เนื่องจากปัจจัยลบจากการระบ าดของCVรอบใหม่

ที่มีความรุนแร งกว่ารอบแรก และขย ายวงกว้างไปในหลายจังหวัด

ทั้งนี้ สถานการณ์การระ บาดของCVระลอกใหม่ ส่งผลให้ภาครั ฐออกคำสั่งปิดสถานที่บ างแห่ง

และกำหนดพื้นที่ควบคุมสูงสุดในจังหวัดที่มีการระบ าดสูง รวมทั้งงดจัดกิจก รรมปีใหม่

และขอความร่วมมือประชาช นชะลอการเดินทางข้ามจังหวัด

รวมถึงขอให้ผู้ประกอบการภ าคเอกชนและข้าราชการทำงานที่บ้าน เพื่อควบคุมการแพร่ระบ าดของโร ค

“จากมาตรการต่างๆ ที่เข้มงวดของภาครั ฐ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศชะลอลง

ทั้งการจับจ่ายใช้สอยของประชาช นและการเดินทางท่องเที่ยวลดลง ส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าของผู้ประกอบการ

ลดลงโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) อีกทั้งการขนส่งสินค้ าข้ามจังหวัดยังมีความล่าช้า” นายสุพันธ์ุ กล่าว

นอกจากนี้ ผู้ส่งออกผู้ประกอบการยังได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ทำให้ส่งออกสินค้าได้น้อยลง

และสูญเสี ยรายได้จากการส่งออก รวมทั้งการแข็งค่ าของเงิ นบ าทยังเป็นปัจจัยเสี่ ยงกระทบต่อร ายได้ของผู้ประกอบการ

ประกอบกับในเดือนธันวาคม ยังมีวันทำงานน้อย เนื่องจากมีวันหยุดในช่วงเทศกาลปีใหม่ ทำให้ภาคการผลิตลดลงจากเดือนก่อนหน้า

นายสุพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับดัชนีคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 92.7 จากเดิม 94.1

เนื่ องจากผู้ประกอบการภาคอุตสาหกร รมกังวลต่อความไม่แน่นอนของสถานการณ์CV

เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวช้า ทำให้ผู้ประกอบการปรับแผนการดำเนินกิจการเพื่อรับมือสถานการณ์ระบ าดของCV รอบใหม่มากขึ้น

ดังนั้น ส.อ.ท.มีข้อเสนอแนะต่อภาครั ฐ ขอให้ภาครั ฐเร่งควบคุมการแพร่ระบ าดอย่ างต่อเนื่อง

รวมทั้งการบังคับใช้มาตรการต่างๆ อย่ างเข้มงวด เร่งสร้างความเชื่ อมั่นให้กับผู้บริโภคและประเทศคู่ค้ า เกี่ยวกับความปลอดภั ยในสินค้าอาหารของไทย

ขอให้เร่งออกมาตรการเยี ยวย าผู้ได้รับผลกระทบCV ทั้งผู้ประกอบการ และประชาช นให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม

โดยม าตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เช่น มาตรการเสริมสภาพคล่องจัดหาแหล่งเงิ นกู้ดอกเบี้ยต่ำ

สำหรับเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดกิจการชั่วคราวตามคำสั่ง หรืออาจพักชำระหนี้ชั่วคราว เป็นต้น

สำหรับข้อเสนอมาตรการเสริมสภาพคล่องเอสเอ็มอีนั้น ส.อ.ท.มีข้อเสนอเพิ่มเติม 4 ข้อ จากที่คณะกร รมาธิการ

เสนอแก้ไขพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) สินเชื่ อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) 5 แสนล้านบ าท โดย

1.ขอไม่จำกัดวงเงิ นกู้ในการขอสินเชื่ อ แต่ให้พิจารณาจากความสามารถในการชำระห นี้ของผู้ประกอบการเป็นร ายๆ ไป

จากที่คณะกร รมาธิการเสนอกรณีขอสินเชื่ อเพิ่มเติมจากยอดห นี้เดิมได้ไม่เกิน 30% ของยอดสินเชื่ อ

และกรณีลู กค้ าไม่มีวงเงิ นสินเ ชื่อกับสถาบันการเงิ นกู้ได้ไม่เกิน 20 ล้านบ าท

2.ขอให้คิดอัตราดอกเบี้ ยไม่เกิน 5% ต่อปีในระยะ 5 ปีแรก ไม่ควรกำหนดที่ 5% ต่อปีเท่านั้น

3.ขอให้ธนาคารพาณิชย์ลดอัตราดอกเบี้ ยเงิ นกู้ขั้นต่ำลง 1% และ 4.ขอให้ปรับการจัดลำดับการตัดชำระห นี้ของผู้ประกอบการ

โดยให้ตัดจากเ งินต้นก่อน เพื่อเป็นการปรับลดจำนวนห นี้ให้แก่ผู้ประกอบการ

นายสุพันธุ์ กล่าวเพิ่มเติมว่าขณะเดียวกันเห็นด้วยกับข้อเสนอให้ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องมีวงเงิ นสินเชื่อคงค้างกับสถาบันการเงิ น ณ

วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ขยายเวลาให้สถาบันการเ งินยื่นกู้ขอวงเงิ นได้คราวละ 6 เดือน จนกว่าเงิ นจะหมด

และชดเชยความเสี ยห ายไม่เกิน 80% ของลูกหนี้แต่ละร าย และสถาบันการเงิ นชำระคืนเงิ นกู้ยืมพร้อมดอกเบี้ยแก่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ภายใน 5 ปี

ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือประชาช น เสนอให้เพิ่มวงเงิ นใช้จ่ายโครงการคนละครึ่งเป็น 5,000 บ าท

ขย ายระยะเวลาโครงการ และสนับสนุนให้มีโครงการคนละครึ่งเฟส 3 พร้อมขย ายจำนวนสิทธิผู้ได้รับ

สนับสนุนให้มีโครงการช้อปดีมีคืนในปี 2564 เพื่อกระตุ้นการบริโภคของประชาช นในกลุ่มที่ต้องเ สียภ าษี

โดยคืนภ าษีจากเดิมสูงสุด 30,000 บ าท เป็น 50,000 บ าท เพื่อนำไปลดหย่อนภ าษีเงิ นได้บุคคลธรร มดาของปี 2564 ได้

Leave a Reply